อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยสำหรบการได้ยิน

เอียปลั๊กลดเสียง Ear Plugs กับ ที่ครอบหู Ear Muffsประเภทอุปกรณ์ป้องกันเสียง

อุปกรณ์ป้องกันเสียงดัง HEARING PROTECTOR : แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท คือ

     1. ที่อุดหู (EAR PLUG)

     2. ที่ครอบหู (EAR MUFF)

ที่อุดหู(EAR PLUG) 

 

ที่อุดหู(EAR PLUG) เป็นอุปกรณ์ป้องกันหู ราคาถูกที่สุด นิยมใช้กันมากที่สุด เหมาะสมกับการใช้งานในบริเวณที่ความดังของเสียงไม่เกิน 100 เดซิเบล (เอ) สามารถแบ่งย่อยออกตามรูปลักษณ์ได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ
       1. ที่อุดหูชนิดที่ต้องปั้นให้เป็นรูปก่อนใช้ (PREMOLD-EAR PLUG):
โดยมากที่อุดหูประเภทนี้ มักจะทำด้วย Foam หรือฟองน้ำเทียม (SYNTHETIC SPONGE) สามารถลดระดับเสียงลงได้ประมาณ 24-29 เดซิเบล (เอ) ก่อนใช้ต้องปั้นให้เล็กที่สุดเพื่อที่จะเสียบเข้าไปในรูหู

ข้อดีและข้อเสีย

   ข้อดี:
       1. ราคาถูก
       2. ลดระดับความดังของเสียงได้มากกว่าที่อุดหูชนิดอื่น
       3. ไม่ระคายเคืองต่อรูหู
      4. สามารถใส่ทำงานได้เป็นเวลานานๆ

   ข้อเสีย:
     1. สิ้นเปลือง เพราะไม่สะดวกที่จะล้างทำความสะอาดเพื่อนำกลับมาใช้และสูญเสียง่าย
     2. เสียเวลาในการปั้นให้เป็นรูปก่อนการใช้

       ที่อุดหูชนิดพลาสติก หรือยาง (EAR PLUG/EAR INSERT):
ที่อุดหูประเภทนี้จะทำด้วยพลาสติก ยาง หรือซิลิโคน แล้วแต่บริษัทผู้ผลิต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาเป็นสำคัญความสามารถในการลดระดับเสียงอยู่ในระหว่างช่วง 24-26 เดซิเบล (เอ)

  ข้อดีและข้อเสีย

   ข้อดี:
        1. ล้างทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้
        2. สามารถใส่ทำงานได้เวลานานๆ

ข้อเสีย:
       1. สูญหายง่าย เป็นเหตุให้สิ้นเปลือง
       2. ระคายเคืองหูและบางคนอาจแพ้วัสดุที่ทำที่อุดหู
       3. ราคาสูงกว่าแบบต้องปั้นขึ้นรูป

ที่ครอบหู (EAR MUFF)

 

         เป็นอุปกรณ์ป้องกันเสียงดัง ที่มีราคาสูงกว่าที่อุดหูมาก วัสดุที่ใช้ทำอุปกรณ์ประเภทนี้มักได้แก่ พลาสติก+โลหะ ความสามรถในการลดความดังของเสียงจะอยู่ในระดับ 25-29 เดซิเบล (เอ)

ข้อดีและข้อเสีย

      ข้อดี:
        1. ทนทาน ถาวรกว่าที่อุดหู ล้างทำความสะอาดได้
       2. ใช้ง่ายกว่าที่อุดหู
       3. ลดความดังของเสียงได้ดีกว่า   ข้อเสีย:
      1. ราคาสูง
      2. ไม่เหมาะสมกับงานที่ต้องใส่อยู่เป็นเวลานานๆ
      3. มีการบำรุงรักษามากกว่าที่อุดหู

วิธีใช้ที่อุดหูอย่างถูกต้อง
เพื่อป้องกันเสียงดังและลดความเสี่ยงการสูญเสียการได้ยิน
เสียงดังในสถานที่ทำงาน เช่น โรงงาน งานก่อสร้าง หรือพื้นที่ที่มีเครื่องจักร หากสัมผัสเป็นเวลานานอาจทำให้เกิด การสูญเสียการได้ยินจากการทำงาน (Noise-Induced Hearing Loss) ได้ การใช้ ที่อุดหู (Ear Plug) อย่างถูกต้องจึงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันอันตรายจากเสียงดัง
ที่อุดหูลดเสียงได้กี่เดซิเบล
โดยทั่วไปที่อุดหูจะมีค่าการลดเสียงที่เรียกว่า NRR (Noise Reduction Rating) ซึ่งระบุบนบรรจุภัณฑ์
ที่อุดหูโฟม : ลดเสียงได้ประมาณ 20–33 เดซิเบล
ที่อุดหูซิลิโคน / ยาง : ลดเสียงได้ประมาณ 15–25 เดซิเบล
หมายเหตุ: ประสิทธิภาพในการลดเสียงจะขึ้นอยู่กับ วิธีการใส่ที่ถูกต้อง หากใส่ไม่ถูกวิธี การลดเสียงอาจได้เพียงครึ่งเดียวของค่าที่ระบุ
ขั้นตอนการใช้ที่อุดหูอย่างถูกต้อง
      1. ตรวจสอบและทำความสะอาด
          ตรวจดูว่าที่อุดหูสะอาด ไม่มีสิ่งสกปรก
          ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสที่อุดหู เพื่อป้องกันการติดเชื้อในช่องหู
      2. บีบที่อุดหูให้เล็ก
          ใช้นิ้วบีบหรือคลึงที่อุดหู (ชนิดโฟม) ให้เรียวและเล็กที่สุด
          อย่าบิดหรือพับผิดรูป
      3. ใส่ที่อุดหูเข้าช่องหู
          ใช้มืออีกข้างดึงใบหูขึ้นและไปด้านหลังเล็กน้อย
          ใส่ที่อุดหูเข้าไปในช่องหูอย่างนุ่มนวล
      4. ค้างไว้จนขยายตัว
          ค้างที่อุดหูไว้ประมาณ 20–30 วินาที
          รอจนโฟมขยายตัวและแนบสนิทกับช่องหู
      5. ตรวจสอบความกระชับ
         หากใส่ถูกต้อง เสียงรอบข้างจะเบาลงอย่างชัดเจน
         ที่อุดหูไม่ควรโผล่ออกมามาก และไม่หลุดง่าย
ข้อควรระวังในการใช้ที่อุดหู
        ห้ามใช้ที่อุดหูที่ชำรุด หรือสกปรก
        ที่อุดหูแบบใช้ครั้งเดียว ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำ
         หากมีอาการเจ็บหู ระคายเคือง หรือได้ยินลดลงผิดปกติ ควรหยุดใช้และแจ้งผู้บังคับบัญชา
สรุป
การใช้ที่อุดหูอย่างถูกวิธีสามารถช่วยลดเสียงดังได้สูงสุดถึง 30 เดซิเบล และช่วยปกป้องการได้ยินในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมและใส่ให้ถูกขั้นตอน เป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยในการทำงาน
สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันการได้ยินทุกครั้ง เมื่อทำงานในพื้นที่เสียงดัง เพื่อสุขภาพการได้ยินของคุณในอนาคตวิธีใช้ที่ครอบหูอย่างถูกต้อง
ป้องกันเสียงดังและรักษาสุขภาพการได้ยิน


ที่ครอบหู (Ear Muff)

เป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากเสียงดังที่นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง และพื้นที่ที่มีเสียงดังต่อเนื่อง การใช้งานอย่างถูกวิธีจะช่วยลดระดับเสียงที่เข้าสู่หู และลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ครอบหูลดเสียงได้กี่เดซิเบล
ประสิทธิภาพของที่ครอบหูจะระบุเป็นค่า NRR (Noise Reduction Rating)
ที่ครอบหูทั่วไป : ลดเสียงได้ประมาณ 20–30 เดซิเบล
ที่ครอบหูคุณภาพสูงหรืออุตสาหกรรมหนัก : ลดเสียงได้สูงสุดประมาณ 30–35 เดซิเบล
หมายเหตุ: หากสวมใส่ไม่กระชับ หรือมีสิ่งกีดขวาง เช่น แว่นตา หนวดเครา หรือผมยาว ประสิทธิภาพในการลดเสียงจะลดลงอย่างมาก
ขั้นตอนการใช้ที่ครอบหูอย่างถูกต้อง
      1. ตรวจสอบสภาพที่ครอบหู
          ตรวจดูฟองน้ำรองหูว่าไม่ฉีกขาด แข็ง หรือเสื่อมสภาพ
          ตรวจสอบสายรัดศีรษะให้มีแรงกดพอเหมาะ
      2. ปรับสายรัดให้เหมาะสม
          ปรับความยาวของสายรัดศีรษะให้พอดีกับศีรษะ
          ที่ครอบหูควรแนบสนิทกับใบหูโดยไม่กดเจ็บ
     3. สวมที่ครอบหูให้ปิดใบหูสนิท
         ครอบให้ฟองน้ำปิดรอบใบหูทั้งสองข้างอย่างมิดชิด
        ไม่ให้มีช่องว่างระหว่างที่ครอบหูกับศีรษะ
     4. ตรวจสอบการปิดกั้นเสียง
         เมื่อสวมใส่ถูกต้อง เสียงรอบข้างจะเบาลงชัดเจน
         หากยังได้ยินเสียงดังมาก ควรปรับตำแหน่งใหม่ให้กระชับขึ้น
     5. ใช้งานตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่เสียงดัง
         สวมที่ครอบหูตลอดระยะเวลาการทำงาน
        ไม่ควรถอดเข้าออกบ่อย ๆ เพราะจะลดประสิทธิภาพการป้องกัน
ข้อควรระวังในการใช้ที่ครอบหู
        หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับที่ครอบหูที่ชำรุดหรือฟองน้ำแข็งตัว
         ควรทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค
        หากต้องใช้ร่วมกับแว่นตานิรภัย ควรเลือกแบบที่ออกแบบให้ใช้งานร่วมกันได้
สรุป
       ที่ครอบหูสามารถลดเสียงดังได้สูงสุดประมาณ 30–35 เดซิเบล เมื่อสวมใส่อย่างถูกวิธีและกระชับ การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมและใช้งานอย่างต่อเนื่อง จะช่วยป้องกันการสูญเสียการได้ยิน และเสริมสร้างความปลอดภัยในการทำงานได้อย่างยั่งยืน
สวมที่ครอบหูทุกครั้ง เมื่อทำงานในพื้นที่เสียงดัง เพื่อการได้ยินที่ดีในระยะยาว

By Winai.d

Visitors: 678,561